วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

เหนือ น้ำพริกอ๋อง

น้ำพริกอ่อง สูตรดั้งเดิม เมืองเชียงใหม่

                                           


น้ำพริกอ่อง
น้ำพริกอ่อง
ส่วนผสมของน้ำพริกอ่อง
1. เนื้อหมูบด 400 กรัม
2. มะเขือเทศลูกเล็ก 20 ลูก
3. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
4. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
เครื่องแกงน้ำพริกอ่อง
1. พริกขี้หนูแห้ง 20 เม็ด
2. หอมแดง 5 หัว
3. กระเทียม 10 กลีบ
4. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
5. เกลือ 1/2 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำน้ำพริกอ่อง
1. โขลกพริก หอมแดง กระเทียม รวมกันให้ละเอียด
2. ใส่กะปิและเกลือ โขลกให้เข้ากัน
3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม ใส่เนื้อหมูบด ลงผัดให้สุก เติมน้ำเล็กน้อย
4. พอเดือด ใส่มะเขือเทศ ลงผัดให้เข้ากัน ตั้งไฟต่อจนมะเขือเทศสุก ปิดไฟ


ขอบคุณข้อมูลจาก http://xn--12cm6cuaz5da9au6re2c.blogspot.com/2012/12/chili-paste-Chiang-Mai.html

เมนู อาหาร น่าทานนนน


อาหารมีหลายประเภท เราจะยกตัวอย่างอาหารน่า ทาน แต่ละภาค

มาให้คุณทางบ้านลองทำกันนนนน  


(
ภาคกลาง ก็ต้องนี่เลยยยย              มันคือ ต้มยำกุ้ง คลิ๊กที่นี่เพื่อดูวิธีทำ)
                                           






ภาคเหนือ ก็ต้องนี่เลยยย   น้ำพริกอ๋องงงงง  (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูวิธีทำ)




ภาคอีสาน ก็ต้องนี่เลย    ลาบ  จ้า ลาบบบบ ลาบหมูููู  (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูวิธีทำ)






ภาคใต้  ก็ต้องนี่เลย  แกงงงงไตปลาาาา        (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูวิธีทำ)

เเนะนำเจ้าของเว็บ

                      
นางสาว ดารศาสตร์    หาหลัก      
นางสาว อาริษา   นาภูวงศ์ 
นางสาว ธิดารัตน์  นิวงษา  
 นางสาว เรืองรอง  เห็มวิพัฒน์     
นาย  ศุภสิทธิ์      ซวี  
นางสาว ขวัญฤดี   หรสิทธิ์          
             
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6/1

โรงเรียน  มอสวนขิงพิทยาสรรพ์  


นำเสนอ   



อาจารย์  รจนา   พันธุ์นิล


วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

กลาง ต้มยำกุ้ง

* กุ้งขนาดกลาง 12 ตัว (ปอกเปลือก, ทำความสะอาด)
* เห็ดฟาง 10 อัน
* ตะไคร้ 1 กำ
   (ทุบให้แหลกและหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2")
* ใบมะกรูด 3 ใบ
* เกลือ 1 ช้อนชา
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนู 6 เม็ด (ทุบพอให้แหลก)
* น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง
* ผักชี 1/2 ถ้วยตวง (หั่นหยาบ)
สมุนไพรไทย : ตะไคร้
อาหารไทย : ต้มยำกุ้ง
 
     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ปอกเปลือกกุ้งออก เหลือหางไว้ (เพื่อความสวยงามเมื่อปรุงเสร็จ) จากนั้นหั่นด้านหลังกุ้งเพื่อเอาเส้นเลือดสีดำออก เสร็จแล้วนำเห็ดฟางไปล้างให้สะอาด หั่นเป็น 4 ส่วนและนำไปผึ่งให้แห้ง
2. นำน้ำเปล่าไปต้มในหม้อ จากนั้นใส่ตะไคร้, ใบมะกรูด และกุ้ง เมื่อสีกุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู (เริ่มสุก) ใส่เห็ดที่หั่นไว้แล้วและเกลือ

3. หลังจากน้ำเดือดแล้วปิดไฟ และ้นำหม้อออกมาจากเตา ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมะนาว และพริกขี้หนู เมื่อปรุงรสเสร็จตักเสิรฟในถ้วย ตกแต่งด้วยผักชีและเสิรฟทันที พร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ

อาหารภาค อิสาน





         หากจะกล่าวถึงอาหารการกินของคนอีสาน หลายคนคงรู้จักคุ้นเคยและได้ลิ้มชิมรส กันมาบ้างแล้ว ชาวอีสานมีวถีการดำเนินชีวิต ที่เรียบง่ายเช่นเดียวกับการที่รับประทานอาหารอย่างง่ายๆ มักจะรับประทานได้ทุกอย่าง เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของภาคอีสาน ชาวอีสานจึงรู้จักแสวงหาสิ่งต่างๆ ที่สามารถรับประทานได้ในท้องถิ่น มาดัดแปลงเป็นอาหารรับประทาน อาหารอีสานเป็นอาหารที่มีความแตกต่างจากอาหารของภาคอื่นๆ และเข้ากับวิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายของชาวอีสาน อาหารของชาวอีสานในแต่ละมื้อจะเป็นอาหารง่ายๆเพียง 2-3 จาน ซึ่งทุกมื้อจะต้องมีผักเป็นส่วนประกอบหลักพวกเนื้อส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อปลาหรือเนื้อวัวเนื้อควาย ความพึงพอใจในรสชาติอาหารของชาวอีสานนั้นไม่มีตายตัวแล้วแต่ความชอบของบุคคล แต่อาหารพื้นบ้านอีสานส่วนใหญ่แล้วจะออกรสชาติไปทางเผ็ด เค็ม และเปรี้ยว เครื่องปรุงอาหารอีสานที่สำคัญและแทบขาดไม่ได้เลย คือ ปลาร้า ซึ่งที่เกิดจากภูมิปัญญาด้านการถนอมอาหารของบรรพบุรุษของชาวอีสาน ถ้าจะกล่าวว่าชาวอีสานทุกครัวเรือนต้องมีปลาร้า ไว้ประจำครัวก็คงไม่ผิดนัก ปลาร้าใช้เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารได้ทุกประเภท เหมือนกับที่ชาวไทยภาคกลางใช้น้ำปลา แจ่วบอง

ตัวอย่างอาหาร ภาคอิสาน

        ส้มตำ 
              ส้มตำ เป็นอาหารคาวของไทยอย่างหนึ่ง มีต้นกำเนิดไม่แน่ชัดโดยน่าจะมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของไทยและ ประเทศลาว ส่วนมากจะทำโดยนำมะละกอดิบที่ขูดเป็นเส้น มาตำในครกกับ มะเขือเทศลูกเล็ก ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง พริก และกระเทียม ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ปูดองหรือปลาร้า ให้มีรสเปรี้ยว เผ็ด และออกเค็มเล็กน้อย นิยมกินกับข้าวเหนียวและไก่ย่าง โดยมีผักสด เช่น กะหล่ำปลี หรือถั่วฝักยาวเป็นเครื่องเคียง


อ๋อ  ลักษณะคล้ายอ่อมแต่ไม่ใส่ผัก(ใส่เพียงต้นหอม ใบมะกรูด ตะไคร้ ใบแมงลัก) นิยมใช้ปลาตัวเล็ก  กุ้ง หรือไข่มดแดงปรุง ใส่น้ำพอให้อาหารสุก





แจ่ว  คือ น้ำพริกของชาวอีสานนิยมใส่ปลาร้าสับหรือน้ำปลาร้า  บางครั้งใส่มะกอกพื้นบ้านก็เป็นแจ่วมะกอก รับประทานกับผักสด  ลวก หรือนึ่ง เป็นอาหารที่นิยมรับประทานกันทุกบ้านในภาคอีสาน  เพราะมีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยากอ่อม  เป็นอาหารประเภทแกงแต่มีน้ำน้อยมีผัก พื้นเมืองหลายชนิดนิยมใช้กับเนื้อ ไก่และปลาหรือเนื้อกบเนื้อเขียดหรือเนื้อสัตว์อื่นๆแต่เน้นที่ปริมาณผัก




                                                                              
















ลาบ  เป็นอาหารประเภทยำที่มีเนื้อมาสับละเอียดหรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆบางๆปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า พริก ข้าวคั่ว ต้นหอม  ผักชี รับประทานกับผักพื้นเมือง นิยมใช้กับเนื้อปลาหมูวัวควายและไก่
                                    

อาหาร ภาคกลาง

ลักษณะเฉพาะของอาหารภาคกลาง ลักษณะเฉพาะของอาหารพื้นเมืองภาคกลางที่นับว่าเป็นลักษณะเด่นของผู้พบเห็นและรับประทาน มีลักษณะดังนี้




เป็นอาหารที่มีการประดิษฐ์ ตกแต่งสวยงาม วิจิตรบรรจง เช่น ประเภทผัก เครื่องจิ้ม จะมีการจัด แกะสลัก หรือจัดตกแต่งเป็นภาชนะสิ่งของเครื่องใช้
อาหารมักมีของแนม แกงเผ็ดมักแนมด้วยปลาเค็ม น้ำพริกลงเรือต้องแนมด้วยหมูหวาน ปลาดุกฟู ไข่เค็ม น้ำพริกมะม่วงต้องแนมด้วยปลาสลิดทอด ฯลฯ
อาหารประเภทจัดให้เข้ากับอาหารหลัก เช่น ห่อหมก ทอดมันปลา ทอดมันกุ้ง ปูจ๋า หมี่กรอบ ยำต่างๆ เครื่องจิ้ม โดยจัดให้รสชาติและสีกลมกลืนกัน
เป็นภาคที่มีอาหารว่างมากกว่าภาคอื่น เช่น ไส้กรอก ปลาแหนม ข้าวตังเมี่ยงลาว ข้าวตังหน้าตั้ง ปั้นขลิบถั่วไส้ต่างๆ สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ ฯลฯ  อาหารภาคกลาง นอกจากจัดเป็นสำรับแล้ว ยังนิยมจัดเป็นชุด เหมาะแก่ฤดูกาลและอากาศ

ตัวอย่าง อาหารภาคกลาง

1.ข้าวแช่ ประกอบด้วย ข้าวลอยในน้ำอบดอกมะลิหอม ประกอบกับเครื่องกับข้าว ได้แก่ ลูกกะปิทอด พริกหยวกสอดไส้ หัวหอมสอดไส้ชุบแป้งทอด ปลาแห้งผัดหวาน มีผักเป็นของแนม ได้แก่ มะม่วงดิบ แตงกวา กระชาย ต้นหอม




2.ขนมจีนซาวน้ำ รับประทานกับสับปะรด ขิงอ่อนซอย กระเทียมซอย กุ้งแห้งป่น กะทิข้น น้ำตาลทราย ราดด้วยพริก น้ำปลามะนาว



3.ขนมจีนน้ำพริก ประกอบด้วย ผักเหมือน ได้แก่ มะละกอสับฝอย หัวปลีหั่นแช่น้ำมะนาวไม่ให้สีดำ


4.แกงจืด หมายถึงอาหารที่มีน้ำ มีผัก มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ ตัวอย่าง เช่น แกงจืดกระดูกหมูกับฟัก ต้มกระดูกหมูกับหน่อไม้ไผ่ตงแกงจืดตำลึง แกงจืดวุ้นเส้น

5.ผัดเผ็ด เป็นรายการอาหารพื้นเมืองที่ค่อนข้างจะขาดไม่ได้ เนื่องจากรสชาติของความเผ็ด ทำให้อาหารไม่เปลี่ยน และเจริญอาหาร เหมาะสมกับผู้ที่ไม่ต้องการอาหารที่มีกะทิ การปรุงอาหารประเภทผัดเผ็ดง่ายและสะดวก เนื้อสัตว์ที่นำมาปรุง ได้แก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อเป็ด เนื้อปลาดุก ปลาช่อน อาหารทะเล

6.น้ำพริกกะปิ การเลือกกะปิอย่างดี  โขลกกับกระเทียมประมาณ กุ้งแห้ง โขลกรวม บุบพริกขี้หนูสวน แล้วแต่ชอบเผ็ดไม่เผ็ด ใส่มะเขือพวงลูกอ่อนๆ บุบพอแตกลอย ในน้ำพริก น้ำพริกกะปิเป็นน้ำพริกพื้นฐานของน้ำพริกอื่นๆ 

7.ยำใส่กะทิหรือใส่มะพร้าวคั่ว มีหลายชนิด เช่นยำทวาย ยำถั่วพู ยำหัวปลี ยำส้มโอ ยำหนังหมู และยำผักกระเฉดนั้นจะใส่กะทิหรือไม่ใส่ก็ได้

8.งบ เป็นอาหารคล้ายห่อหมก แต่ใช้ห่อด้วยใบตอง แล้วปิ้งไฟให้แห้งด้วยไฟอ่อนๆ ใช้ถ่านหรือกาบมะพร้าว หรือใช้อบในหม้อหรือกระทะให้แห้งก็ได้เช่นกัน เนื้อสัตว์ที่มาทำงบ ได้แก่ปลา ไก่ หมู หรือเนื้อสัตว์อื่นๆ หั่นหรือสับ คลุกกับพริกแกงใส่ผักประเภทใบโหระพาหรือ ใบมะกรูด งบนิยมใส่กะทิ คนโบราณใช้งบเป็นอาหารสำหรับพกพาในการเดินทางโดยใช้ข้าวผสมลงไป แล้วปิ้งให้แห้งเก็บไว้ได้หลายวันไม่เสีย










อาหารภาค เหนือ



 
ในอดีตบริเวณภาคเหนือของไทยเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนามาก่อน ช่วงที่อาณาจักร
แห่งนี้เรืองอำนาจ ได้แผ่ขยายอาณาเขตเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว และมีผู้คนจากดินแดน
ต่าง ๆ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนแห่งนี้ จึงได้รับวัฒนธรรมหลากหลายจากชนชาติต่าง ๆ เข้ามา
ในชีวิตประจำวันรวมทั้งอาหารการกินด้วย
อาหารของภาคเหนือ ประกอบด้วยข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก มีน้ำพริกชนิดต่าง ๆ เช่น
น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง มีแกงหลายชนิด เช่น แกงโฮะ แกงแค นอกจากนั้นยังมีแหนม ไส้อั่ว แคบหมู
และผักต่าง ๆ สภาพอากาศก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้อาหารพื้นบ้านภาคเหนือแตกต่างจากภาคอื่น ๆ
นั่นคือ การที่อากาศหนาวเย็นเป็นเหตุผลให้อาหารส่วนใหญ่มีไขมันมาก เช่น น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล
ไส้อั่ว เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่น อีกทั้งการที่อาศัยอยู่ในหุบเขาและบนที่สูงอยู่ใกล้กับป่า จึงนิยมนำุ์
พืชพันธุ์ในป่ามาปรุงเป็นอาหาร เช่น ผักแค บอน หยวกกล้วย ผักหวาน ทำให้เกิดอาหารพื้นบ้าน
ชื่อต่าง ๆ เช่น แกงแค แกงหยวกกล้วย แกงบอน
อาหารพื้นบ้านภาคเหนือมีความพิเศษตรงที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมการกินจากหลายกลุ่มชน
เช่น ไทใหญ่ จีนฮ่อ ไทลื้อ และคนพื้นเมือง

ตัวอย่างอาหารเมืองเหนือ
อาหารพื้นบ้านภาคเหนือมีความพิเศษตรงที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมการกินจากหลายกลุ่มชน 
เช่น ไทใหญ่ จีนฮ่อ ไทลื้อ และคนพื้นเมือง  
          1.  น้ำพริกหนุ่ม คือพริกหนุ่ม คือพริกสดที่ยังไม่แก่จัด น้ำพริกหนุ่ม เป็นน้ำพริกที่มีลักษณะข้น เป็นอาหารพื้นบ้านล้านนาที่รู้จักกันทั่วไป มีจำหน่ายแพร่หลายแก่นักท่องเที่ยว นิยมซื้อเป็นของฝาก รับประทานกับแคบหมู บางสูตรใส่ปลาร้าสับ และกะปิห่อใบตองย่างไฟ บางสูตรใส่น้ำปลากับเกลือ แล้วแต่ชอบ



         2.ไส้อั่ว  คำว่า อั่ว หมายถึง แทรก หรือยัดไว้ตรงกลาง ไส้อั่ว จึงหมายถึงไส้ที่มีการนำสิ่งของยัดไว้ การทำไส้อั่ว นิยมใช้ไส้หมูและเนื้อหมู การทำไส้อั่ว เป็นวิธีการถนอมอาหาร ให้สามารถรับประทานได้นานขึ้น คือประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าเก็บไว้ในที่เย็น หรือปัจจุบัน มีการบรรจุถุงแบบสูญญากาศ ก็เก็บไว้ได้นานมากยิ่งขึ้น การทำให้ไส้อั่วสุก จะใช้วิธีปิ้ง หรือทอดก็ได้


        
      3. น้ำพริกอ่อง นับเป็นน้ำพริกพื้นบ้านล้านนาที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายพอๆ กับน้ำพริกหนุ่ม ลักษณะเด่นของน้ำพริกอ่อง คือมีสีส้มของสีมะเขือเทศและพริกแห้ง ที่เคี่ยวจนเป็นน้ำขลุกขลิก มีน้ำมันลอยหน้าเล็กน้อย มีสามรส คือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด เล็กน้อย และรสหวานตาม นิยมรับประทานกับผักสดหรือผักต้มก็ได้  บางสูตร ผัดหมูก่อนแล้ว จึงตามด้วยเครื่องปรุงและมะเขือเทศภายหลัง บางสูตร โขลกเนื้อหมู เครื่องปรุงและมะเขือเทศให้เข้ากันก่อน จึงนำไปผัดกับน้ำมันพืช บางสูตร ใส่ถั่วเน่าแข็บหรือใส่เต้าเจี้ยว ในการปรุงรส
       4. แกงอ่อม  คือ    เป็นแกงประเภทที่ใช้เนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมหลัก เช่น ปลา เนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อไก่ นอกจากเนื้อแล้ว นิยมใส่เครื่องในสัตว์เป็นส่วนผสมด้วย เรียกชื่อตามส่วนผสมหลัก ได้แก่ แกงอ่อมไก่ แกงอ่อมปลา แกงอ่อมเนื้อ (แกงอ่อมจิ๊นงัว แกงอ่อมจิ๊นควาย) แกงอ่อมหมู (แกงอ่อมจิ๊นหมู) บางก็แกงอ่อมเฉพาะเครื่องใน เช่น แกงอ่อมเครื่องในวัว แกงอ่อมเครื่องในควาย

  
   5. แคบหมู  คือแคบหมู เป็นอาหารขึ้นชื่อของชาวล้านนา ใช้รับประทานร่วมกับอาหารอื่นๆ เช่น น้ำพริก ขนมจีนน้ำเงี้ยว ใช้เป็นส่วนผสมในการตำน้ำพริก หรือแกง เช่น แกงบอน แกงผักตำลึง (แกงผักแคบ) แกงหน่อไม้ แคบหมูมีทั้งชนิดติดมัน และไม่ติดมัน ที่เรียกกันว่า แคบหมูไร้มัน ชาวล้านนาดั้งเดิม นิยมรับประทานแคบหมูเป็นอาหาร มากกว่าเป็นเครื่องแนม


    
     6. แกงขนุน คือ  แกงขนุน หรือ แกงบ่าหนุน ถือว่าเป็นแกงที่มีชื่อเป็นมงคล บางท่านนิยมแกงกินในงานแต่งงาน เพื่อเป็นเคล็ดว่าให้คู่แต่งงานนั้นมีความเกื้อหนุนจุนเจือต่อกัน และในวันปากปี คือหลังวันเถลิงศก (วันพญาวัน) หนึ่งวัน บางแห่งนิยมใส่ข่า ตะไคร้ทุบ และอาจมีจักข่าน (สะค้าน) บ่าแขว่น (ผลกำจัด) โขลกใส่ลงไปในแกงด้วย


      7. แอ็บปลา  คืออาหารที่ปรุงด้วยการนำปลาสด เช่น ปลาช่อน ปลาดุก มาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง แล้วห่อด้วยใบตอง เช่นเดียวกับแอ็บอ่องออ แอ็บกุ้ง แล้วนำไปปิ้งหรือย่าง ด้วยไฟอ่อนๆ จนข้างในสุก

      8.แกงฮังเลหมู คือ  แกงฮังเลมี 2 ชนิด คือ แกงฮังเลม่าน และ แกงฮังเลเชียงแสน เชื่อกันว่าเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากพม่า สำหรับแกงฮังเลเชียงแสนจะแตกต่างตรงที่มีถั่วฝักยาว มะเขือยาว พริกสด หน่อไม้ดอง งาขาวคั่ว เพิ่มเข้ามา และใช้เป็นส่วนผสมของแกงโฮะ